ลดหน้าท้องง่ายๆ ด้วยการเล่นฮูลาฮูป

การออกกำลังนอกจากจะช่วยทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่แข็งแรงแล้ว ยังสามารถที่จะช่วยกระชับสัดส่วนต่างๆ ของร่างกายให้เข้าที่เข้าทางอีกด้วย หน้าท้องนับว่าเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของร่างกายที่สามารถบ่งบอกได้ว่าคนๆ นี้มีสุขภาพร่างกายเป็นอย่างไร ถ้าหากหน้าท้องใหญ่หรือที่เรียกว่ามีพุง นั่นก็เท่ากับว่าสุขภาพของคนๆ นั้นอาจจะยังไม่ดีพอ รวมไปถึงทำให้ใครหลายคนรู้สึกไม่มั่นใจเมื่อเห็นตัวเองมีหน้าท้องด้วย การออกกำลังกายเพื่อช่วยในการลดหรือกระชับหน้าท้องจึงมีอยู่ด้วยกันมากมาย แต่วิธีหนึ่งที่สามารถทำแล้วเห็นผลได้จริงก็คือการเล่น ฮูลาฮูป การเล่นฮูลาฮูป นับได้ว่าเป็นการออกกำลังกายในลักษณะคล้าๆย กับการเล่นแอโรบิควิธีหนึ่ง โดยสามารถที่จะช่วยกระชับสัดส่วนได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นหน้าท้อง, เอว, หรือแม้แต่ช่วงต้นขา ในอดีตนั้นการเล่นฮูลาฮูปมักจะเป็นอุปกรณ์ที่ถูกทำมาจากไม้, หญ้า และไม่ไผ่ แต่ปัจจุบันก็ได้มีการพัฒนาอุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่นฮูลาฮูปออกมาเยอะมากขึ้นและได้กลายเป็นแบบพลาสติกอย่างที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้   ประโยชน์ที่สำคัญในการเล่นฮูลาฮูป เผาผลาญไขมันได้อย่างยอดเยี่ยม – ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายประเภทใดก็ตามล้วนแล้วแต่สามารถที่จะช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินในร่างกายออกไปได้เป็นอย่างดี แต่การเล่นฮูลาฮูปนั้นเหมือนกับว่าร่างกายทุกๆ สัดส่วนได้ออกกำลัง กล้ามเนื้อขนาดใหญ่ได้มีการทำงาน การไหลเวียนเลือดภายในร่างกายก็จะเพิ่มมากขึ้น การเต้นของหัวใจมีอัตราสูงขึ้น ซึ่งตรงนี้เองจะไปกระตุ้นทำให้ไขมันในส่วนต่างๆ ถูกขับออกมา เพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหน้าท้อง – ด้วยความที่ฮูลาฮูปนั้นต้องเล่นด้วยวิธีการเอาห่วงหมุนใส่กับเอว และบริเวณหน้าท้อง ทำให้อวัยวะส่วนนี้จะได้รับการออกกำลังเป็นพิเศษ และนั่นก็ทำให้หน้าท้องมีความกระชับและมีความแข็งแรงเพิ่มมากขึ้น นอกจากส่วนหน้าท้องแล้วก็ยังมีเอว ต้นขา ที่มีความแข็งแรงและกระชับตามไปด้วย สร้างความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย – ด้วยความที่ฮูลาฮูปนั้นจะต้องเล่นด้วยการใช้ทักษะการหมุนเอวเป็นหลัก นั่นทำให้ร่างกายเกิดความยืดหยุ่น และกระฉับกระเฉงมากขึ้น ช่วยในการลดน้ำหนัก – การเล่นฮูลาฮูปนับว่าเป็นตัวเลือกชั้นดีในการที่จะช่วยลดน้ำหนักให้กับร่างกาย เพราะเมื่อไขมันถูกเผาผลาญไป ทุกส่วนของร่างกายได้เกิดการขยับเขยื้อน และการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น การลดน้ำหนักก็เป็นเรื่องง่ายไปเลยทีเดียว …

รู้จักโปรตีนจากเนื้อสัตว์ที่สามารถหากินได้ทั่วไป

ทุกคนต่างรู้ดีว่าแหล่งโปรตีนที่สำคัญที่สุดนั้นมาจากเนื้อสัตว์ เพราะเนื้อสัตว์อุดมไปด้วยโปรตีนประเภทต่างๆ ที่มีส่วนสำคัญในการเข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ช่วยให้กล้ามเนื้อและส่วนต่างๆ ในร่างกายมีความสมบูรณ์และแข็งแรง คนที่ออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายกำยำส่วนใหญ่จึงเน้นไปที่เรื่องของการกินโปรตีนเสียเป็นส่วนใหญ่ ทีนี้โปรตีนที่เราได้จากเนื้อสัตว์ในการกินทุกวันต้องกินอย่างไร ตรงส่วนไหนเพื่อให้ร่างกายได้รับโปรตีนเยอะและไขมันน้อยที่สุด ลองมาทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กัน ดังนี้   เนื้อวัว – ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันนี้คำว่าเนื้อวัวนั้นมีค่อนข้างที่จะหลากหลายประเภท แต่ที่สามารถแบ่งออกได้อย่างชัดเจนที่สุดก็เห็นจะเป็นเนื้อวัวพื้นเมือง กับเนื้อวัวโคขุน ซึ่งมันจะแตกต่างกันที่รสชาติแต่ในเรื่องของการให้โปรตีนนั้นก็นับว่ามีปริมาณระดับเดียวกันนั่นคือ 20% ของน้ำหนักเนื้อโดยรวม ทว่าการกินเนื้อวัวพื้นเมืองจะให้ไขมันน้อยกว่าการกินเนื้อวัวโคขุน โดยการกินเนื้อวัวโคขุนนั้นให้ไขมันสูงถึง 15% ของเนื้อวัวพื้นเมืองเลยทีเดียว นอกจากให้โปรตีนแล้วยังให้ธาตุเหล็ก และวิตามินบี 12 อีกด้วย ควรเลือกกินส่วนเนื้อสันเพราะให้โปรตีนเยอะและไขมันน้อยที่สุด   เนื้อหมู – ถือได้ว่าเป็นเนื้อสัตว์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ซึ่งแน่นอนว่าเนื้อหมูนั้นไม่ว่าจะสายพันธุ์ใดก็ไม่การให้โปรตีนที่ดีต่อร่างกายก็ไม่ได้ต่างกันไปมากนัก นอกจากการให้โปรตีนแล้วเนื้อหมูยังให้วิตามินบี 1 วิตามิน เอ ฟอสฟอรัส และวิตามินบี 3 ด้วย ส่วนที่กินแล้วได้โปรตีนเยอะที่สุดก็คือเนื้อสันใน และส่วนที่กินแล้วมีไขมันมากที่สุดก็คือ เนื้อสามชั้น   เนื้อไก่ – เนื้อไก่จัดได้ว่าเป็นเนื้อสัตว์บกที่ให้ค่าโปรตีนสูงมากๆ และมีค่าของการให้ไขมันน้อยแบบสุดๆ เว้นแต่ว่าคนที่ชอบกินหนังไก่ ส่วนที่มีโปรตีนเยอะที่สุดของเนื้อไก่ก็คือ เนื้ออก เป็นส่วนที่มีไขมันน้อยที่สุด และส่วนที่มีไขมันมากที่สุดก็คือปีกและสะโพก …

กินเนื้อปลาคู่การออกกำลังกายได้ผลสุดๆ

การที่จะออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็นเพื่อการลดน้ำหนัก, เสริมสร้างกล้ามเนื้อ หรือแม้แต่การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี หากต้องการที่จะให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจสุดๆ เรื่องของอาหารก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่จะช่วยส่งเสริมให้ความตั้งใจของผู้ออกกำลังประสบผลสำเร็จ เพราะอย่าลืมว่าเมื่อร่างกายได้ใช้งาน หัวใจมีการกระตุ้นเกิดขึ้น สารอาหารภายในร่างกายจะถูกดูดเอาไปใช้และหากใครที่คิดว่าเมื่อออกกำลังกายแล้วห้ามกินอาหารเพื่อจะได้ประสบผลสำเร็จมากที่สุดนี่คือความคิดที่ผิดมหันต์ เพราะนอกจากร่างกายจะไม่เป็นไปตามที่ต้องการเอาไว้เนื่องจากขาดสารอาหารที่จำเป็นแล้ว ยังจะทำให้เกิดโรคภัยอื่นๆ ตามมาอีกด้วย   การออกกำลังกายที่ดีจะต้องมีไปพร้อมๆ กับการกินอาหารที่ถูกสุขลักษณะและดีต่อความจำเป็นของร่างกาย ซึ่งแหล่งอาหารที่เหมาะสมสำหรับการออกกำลังกายมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องของโปรตีน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อไม่ว่าจะเป็นส่วนหน้าท้อง กล้ามแขน กล้ามขา หรือส่วนใดๆ ก็ตาม แหล่งโปรตีนที่ดีที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นเนื้อสัตว์ ทว่าเนื้อสัตว์หลายๆ ประเภทไม่ว่าจะเป็นหมู ไก เนื้อวัว หรืออาหารทะเลประเภทกุ้ง หอย ปู ปลา ต่างก็มีส่วนผสมของไขมันอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งหากกินเข้าไปในปริมาณที่มากก็จะไม่ส่งผลดีต่อการออกกำลังกาย เนื้อปลาจึงนับได้ว่าเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายและต้องการเห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง   ประโยชน์จากเนื้อปลาที่คนออกกำลังกายจะได้รับ เนื้อปลาไม่ว่าจะเป็นปลาทะเลหรือปลาน้ำจืด จัดได้ว่าเป็นประเภทเนื้อสัตว์ที่เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่สุด แถมยังมีไขมันน้อยที่สุดด้วย แถมโปรตีนที่ได้จากเนื้อปลายังเป็นโปรตีนที่ย่อยง่ายทำให้ไม่มีโปรตีนตกค้างอยู่ภายในร่างกาย ร่างกายสามารถที่จะนำเอาไปใช้ได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกลัวว่าส่วนที่เหลือจะกลายเป็นไขมันและเข้าไปสะสมอยู่ คนส่วนใหญ่ที่เป็นนักออกกำลังกายจึงนิยมในการที่จะทานอาหารประเภทปลาเป็นหลัก ซึ่งวิธีในการปรุงนั้นก็ควรจะเป็นการต้ม, นึ่ง หรือ เผา มากกว่าการออกไปทอดหรือผัด เพราะการทอดหรือผัดเนื้อปลาจะดูดซึมไขมันจากน้ำมันทำให้น้ำมันเหล่านั้นเข้าไปสะสมในร่างกายได้ นอกจากโปรตีนแล้วหากเป็นเนื้อปลาทะเลยังให้โอเมกา 3 ที่ช่วยในเรื่องของโรคหัวใจและบำรุงสมอง ส่วนสารอาหารอื่นๆ อย่างเช่น วิตามิน เอ ช่วยบำรุงสายตา, วิตามิน …

ถั่ว แหล่งโปรตีนชั้นดีที่ได้จากธรรมชาติ

เวลาที่พูดถึงเรื่องของแหล่งโปรตีนนั้น คนส่วนใหญ่ก็คงจะต้องนึกไปถึงแหล่งโปรตีนที่ได้จากเนื้อสัตว์ประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัว, เนื้อหมู, เนื้อไก่, เนื้อปลา หรืออาหารทะเลต่างๆ อาทิ กุ้ง หอย ปู หมึก แต่ในความเป็นจริงแล้วแหล่งโปรตีนต่างๆ นั้นไม่ใช่ว่าจะได้มาจากเนื้อสัตว์เสมอไป เพราะในพืชบางประเภทเองก็นับว่าเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่ให้ค่าโปรตีนสูงไม่แพ้กับเนื้อสัตว์เลย ซึ่งพืชตระกูลที่ให้โปรตีนได้ดีที่สุดก็คือ พืชตระกูลถั่ว หากจะแบ่งถั่วออกเป็นประเภทต่างๆ ก็คงจะมีอยู่เยอะพอสมควรกับแต่ละพันธุ์ที่สามารถกินได้ เพราะฉะนั้นจะแบ่งออกมาเป็นประเภทที่คนทั่วไปรู้จักกันดีและมาดูกันว่าถั่วแต่ละประเภทนั้นให้โปรตีนมากน้อยแค่ไหน   ถั่วเหลือง – นับเป็นพืชตระกูลถั่วที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะสามารถนำไปประกอบอาหารหรือแปรรูปได้หลากหลาย ซึ่งหากเป็นถั่วเหลืองที่เป็นเม็ดอบแห้งนั้นจะให้ปริมาณโปรตีนสูงถึง 35% ซึ่งมากกว่าเนื้อสัตว์ถึง 2 เท่า พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือหากต้องการกินอาหารเพื่อให้ได้โปรตีนเท่ากัน ต้องกินเนื้อสัตว์ 2 กิโลกรัม ถึงจะได้โปรตีนเท่ากับกินถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม แต่ที่สำคัญคือต้องทำให้ถั่วเหลืองผ่านความร้อนเสียก่อนเพราะหากเป็นถั่วเหลืองดิบจะให้โปรตีนได้มีดีเท่า   ถั่วลิสง – ถือเป็นถั่วอีกประเภทที่ได้รับความนิยมไม่แพ้ถั่วเหลือง สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย และมีค่าโปรตีนสูงถึง 25% เลยทีเดียว คิดง่ายๆ คือถ้ากินถั่วลิสง 1 กิโลกรัม จะได้โปรตีนสูงถึง 250 กรัม นั่นจึงเหมาะกับคนที่ออกกำลังกายเป็นอย่างมาก …

ท่าไม้กระดาน หรือ Plank และ Side plank

เป็นท่าที่ไม่มีจำนวนครั้งเป็นตัวกำหนดแต่จะใช้ระยะเวลาแทน ดังนั้นท่าไม้กระดาน หรือ Plank เป็นอีกหนึ่งท่าที่จะช่วยให้ท่านมี Sixpack ท่านี้ประโยชน์ที่จะได้นอกจาก Sixpack แล้วยังจะได้ในส่วนของกล้ามเนื้อไหล่ แขนและสะโพกมีลักษณะการตั้งท่าดังนี้ 1.เริ่มแรกด้วยการนอนคว่ำหน้าราบไปกับพื้นจากนั้นใช้ศอกทั้ง 2 ข้างในการยกตัวขึ้น ให้ตัวเอนไปด้านหลังศอกโดยให้ศอกทำมุม 45 องศามือไม่จำเป็นต้องประสานกัน 2.ขาเหยียดตรงตั้งปลายเท้าขึ้นจะชิดกันหรือไม่ก็ได้จากนั้นให้เกรงกล้ามเนื้อหน้าท้อง ให้หน้าท้องรู้สึกเหมือนกับท่า Crunch ซึ่งหากทำถูกวิธีการใช้ท่านี้ตอนออกกำลังกายจะไม่มีอาการบาดเจ็บที่หลังอย่างแน่นอน เพราะไม่ได้รับการกระทบกระเทือนเลยแม้แต่น้อย   Side plank เป็นท่าที่เน้นด้านข้างของลำตัวให้ชัดเจนยิ่งขึ้นซึ่งหากแบ่งการบริหารเป็นเซต สามารถที่ใช้บริหารสลับท่านกันได้ในแต่ละเซตเช่น Plank ด้านตรงธรรมดา 1 เซต Side plank ด้านซ้าย 1 เซตและ Side plank ด้านขวาอีก 1 เซตลักษณะการตั้งท่าดังนี้ 1.นอนตะแครงด้านใดด้านหนึ่งใช้ศอกดันพื้น 2.ปลายเท้าเหยียดตรงซ้อนกัน 3.เกรงลำตัวโดยใช้ท้องให้เป็นรูปตัวทีส่วนที่จะแตะพื้นได้แก่ ศอกและเท้าเท่านั้นทำค้างไว้จนกว่าจะไม่ไหว จากนั้นจึงทำกับอีกด้านโดยใช้เวลาเดียวกันเพื่อให้เกิดความสมดุล 4.หากทำจนร่างกายรู้สึกว่าไม่มีการปวดหรืออยากจะเพิ่มน้ำหนักให้มืออีกข้างยกเวทด้วยได้ แต่ระวังในเรื่องของอุบัติเหตุ เนื่องจากท่านี้ใช้ระยะเวลาเป็นตัวกำหนดครั้งทุกครั้งควรใช้นาฬิการ่วมด้วยโดยที่ครั้งแรกหากทำได้ถึง 30 วินาทีถือว่าไม่ธรรมดาทีเดียว การเพิ่มระยะเวลาสำหรับท่านี้ควรจะเพิ่มทุก 30 วินาทีจากของเดิม การบริหารหน้าท้องที่ถูกต้องทุกครั้งที่ทำครบเซตแล้วจะต้องมีอาการปวดบริเวณท้องเท่านั้นหากใครปวดหลังให้เปลี่ยนเป็นท่าอื่นแทนหรือหัดให้ถูกต้อง ไม่อย่างนั้นแล้วสิ่งที่ทำไปตลอดระยะเวลาทั้งหมดถือว่าผิดวิธี …